จดหมายจากมิยาจิมะ (ตอนจบ)

ผมเขียนจดหมายถึงคุณอีกครั้ง ซึ่งนี่อาจจะเป็นฉบับสุดท้ายหรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะวันหนึ่งข้างหน้าหากสมองผมมันเกิดเล่นสนุกหรือผมบังเอิญไปเจอเข้ากับประสบการณ์ใหม่ที่ชวนให้ตั้งคำถามที่น่าขบคิด แต่กลับไม่ฉลาดพอที่จะหาคำตอบเองได้ทันทีทันใด วันนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าผมอาจจะนึกถึงคุณแล้วเขียนจดหมายยืดยาวแบบนี้หาคุณอีกครั้ง หรืออีกหลายครั้ง หรืออย่างที่บอกแต่แรกนั่นแหละว่าฉบับนี้อาจจะเป็นฉบับสุดท้ายแล้วจริง ๆ

จดหมายจากมิยาจิมะ (ตอนที่ 1)

ใจหนึ่งผมอยากหยุดให้ปลายทางมันอยู่แค่ที่ตรงนี้ ผมจะได้มีเวลาทักทายทำความคุ้นเคยกับพวกกวางน้อยใหญ่เจ้าของพื้นที่ เดินเก็บภาพใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมาวางตัวอยู่บนพื้นดินแต่ละบริเวณด้วยองค์ประกอบภาพที่แตกต่างกัน ก้อนหินริมลำธารนั่นก็ดูน่าสนใจ บางก้อนถูกปกคลุมด้วยมอสเสียหมดจนดูเหมือนลูกบอลไหมพรมมากกว่าจะเป็นก้อนหินแข็ง ๆ ไปแบบนั้น

ฮิโรชิมา เด็กน้อย สันติภาพ ความหวัง

เข็มถูกหยุดไว้ที่เวลา 8.15 นาฬิกา เช้าของวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เมื่อเจ้า 'เด็กน้อย' (Little Boy) ระเบิดปรมาณูลูกแรกในประวัติศาสตร์โลกถูกทิ้งลงจากเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐอเมริกาสู่ใจกลางเมืองฮิโรชิมา แสงสว่างจ้าวูบเดียวเปลี่ยนทั้งเมืองเป็นสีเทา สังหารไปมากกว่า 70,000 ชีวิตทันที และอีกนับแสนในเวลาต่อมา ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล

Nara Marathon Diary – Epilogue : บทส่งท้าย ยินดีที่ได้รู้จัก

จะเป็นสิ่งไหนกันแน่ระหว่างความกลมกลืนหรือความแตกต่าง ที่ทำให้ผมรู้สึกยินดีกับประสบการณ์ที่ได้รับจากการมาเยือนที่แห่งนี้ หากความแตกต่างที่มากไปอาจจะทำให้คล้ายดูแปลกแยกจนไม่สามารถเรียนรู้อะไรจากผู้คนท้องถิ่น หรือหากกลมกลืนจนแนบเนียนเกินไป ทุกสิ่งอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้มีแง่มุมที่พิเศษให้น่าจดจำ

Nara Marathon Diary – Part2 : ตะคริวและกลิ่นปุ๋ย ในความทรงจำกระจัดกระจาย

....มุมหนึ่งของถนนสายที่ไม่เคยขาดแคลนคนแปลกหน้าผู้มาเยือน คงไม่ใช่เพราะโอโคโนมิยากิจานนั้นหรอกที่พาผมกลับมาที่นี่ ที่ร้าน "มุซาชิ"ในค่ำคืนที่ยังเย็นเยียบ ร้าน standing bar แบบนี้ดูเหมือนจะเหมาะกับผู้คนในเมืองใหญ่ที่ยังรู้สึกมีพลังเหลือเฟือหลังจากวันที่ยาวนาน และพร้อมจะยืนสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นหรือประสบการณ์ในฐานะคนแปลกหน้าต่อกันได้นานนับชั่วโมง แต่คืนนี้ดูเหมือนจะเหมาะกับคนที่อ่อนล้าด้วยเช่นกัน

Nara Marathon Diary – Part1 : โอโคโนมิยากิ และ เกี๊ยวซ่า

......แสงสีเหลืองสลัวจากหลอดไฟบนเพดานที่ทำให้ภายในร้านดูมีเรื่องราว เสียงเพลงจังหวะเร็วเร่งแบบเจร็อคที่เหมือนกระแทกตัวโน้ตเข้าใส่หูแบบไม่ยั้ง และเบียร์สดเย็นฉ่ำรสชาติละมุนหนึ่งแก้วในค่ำคืนนั้น มันมากพอที่จะทำให้โอโคโนมิยากิรสชาติไม่โดดเด่นที่วางอยู่ข้างหน้าผมดูไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ก็ไม่เชิงแบบนั้นเสียทีเดียวหรอก ก็ที่ผมพาตัวเองเข้ามายืนอยู่ในบาร์ยืน(standing bar) ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก โดยมีโอโคโนมิยากิจานนี้วางอยู่ข้างหน้าได้ ก็เพราะการเดินตามหาเจ้าโอโคโนมิยากินั่นแหละ......

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: